ต่อลมหายใจ! สหรัฐฯยืดเวลาให้ Huawei เพิ่มอีก 90 วัน

ต่อลมหายใจ! สหรัฐฯยืดเวลาให้ Huawei เพิ่มอีก 90 วัน

ดูเหมือนว่าความพยายามในการพลิกสถาณการณ์ของหัวเว่ยกับสหรัฐฯ กับปมการตกเป็นหนึ่งในภัยความมั่นคงของประเทศ จะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่ และคงจะต้องใช้เวลาอีกพีกใหญ่ แม้ว่าทางสหรัฐฯจะรับปากว่าจะเว้นกฏบางข้อให้ก็ตามล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯได้มีการยืดช่องหายใจให้กับหัวเว่ยเพิ่มอีก 90 วัน 

หลังจากที่กรอบกำหนดเดิมนั่นจะครบในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ นั่นหมายถึงอุปกรณ์ของหัวเว่ยจะได้ไปต่อในสหรัฐฯอีกสักพัก ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ใช้และบริษัทหัวเว่ยเอง อย่างไรก็ตาม สถาณการณ์ของหัวเว่ยและรัญบาลสหรัฐฯยังคงคลุมเคลืออยู่ แต่เชื่อว่าการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปในครั้งนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในกลยุธในการตอบโต้ข้อพิพาทในสงครามการค้ากับจีน

ยูทูปเบอร์ชาวอเมริกัน Rich Aloha ผู้ที่หลงไหลในการดำน้ำตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเพื่อค้นหาสิ่งที่เล่านักท่องเที่ยวทำตกไว้ และนำหลับคืนสู้เจ้าของ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่เขากำลังทำการดำน้ำที่บริเวณน้ำตกเท็นเนสซี่ ตามล่าสมบัติตามปกติ เขาบังเอิญเจอกับกล้องโกรโปร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ที่นักท่องเที่ยวจะทำกล้องโกโปรหลุดมือตกน้ำ แต่ทว่าโกโปรตัวนี้ มีอะไรมากกว่านั้น เมื่อเขาขึ้นฝั่งมากเขาได้นำ SD การ์ดออกมาจากโกโปรดังกล่าวและเปิดดูข้อมูลภายใน และพบวีดีโอสุดสะเทือนใจ.

โดยวีดีโอดังกล่าวได้บันทึกเหตุการณ์สุดท้ายก่อนที่เจ้าของคือ Richard Ragland หนุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน วัย 22 ปี จะจมน้ำเสียชีวิต ที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา โดย Rich ผู้พบโกโปรกล่าวว่า “ผมดูวีดีโอทั้งหมด แล้วอุทานออกมาว่า พระเจ้า นี่ใช่คนนั้นใช่ไหม” เมื่อเขารู้ว่าบุคคลในวีดีโอเป็นคนเดียวกับที่เป็นข่าว เขาจึงเริ่มค้นหาในอินเตอร์เน็ตและโทรหาทางคอบครัวของชายคนดังกล่าว

ในที่สุด Rich ก็ได้พบกับพ่อแม่ของผู้ Richard ผู้เสียชีวิต ที่ก่อนหน้านี้ต่างข้องใจสาเหตุการณ์เสียชีวิตขของลูกชาย กระทั่งพวกเข้าไปมีโอกาสดูวีดีโอช่วงนาทีสุดท้ายของลูกชาย และคลายปมต่างๆที่ติดค้างมานานกว่า 2 ปี

ยูทูปเบอร์คนไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทสสหรัฐอเมริกา เจ้าของช่อง MrJiroChan ได้มีโอกาสพาเราไปติดตามชีวิตสาวไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกา กับอาชีพของเธอ ท่ีหลายๆคนเห็นแล้วต้องร้องว้าว นั้นคือ อาชีพขับรถบรรทุก ที่เป็นแบบหัวลาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนทั่วไป ยิ่งโดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอ.

โดยเธอคนนี้มีชื่อว่า ปิ๋ม เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเธอเล่าว่า ทางบ้านของเธอที่ร้อยเอ็ดนั้น ทำธุรกิจรถบรรทุก เธอเกิดและโตมากับรถบรรทุก กระทั่งได้มีโอกาศได้มาทำอาชีพนี้ในประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชอบ เพราะเธอบอกว่าเธอเคยทำงานเสิร์ฟ ที่ต้องบริการเอาใจลูกค้าคนอื่น ซึ่งเธอไม่ค่อยชอบ แต่การได้ขับรถยาวๆ ฟังเพลงคนเดียวชิลๆบนรถ เป็นอะไรที่เข้ากับเธอมากกว่า เธอจึงเลือกทำอาชีพนี้

เธอบอกว่าส่วนของรายได้นั้นจะเป็นการจ่ายรายสัปดาห์ โดยรายได้เฉลี่ยของเธอหลังจากที่เสียภาษีแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 2000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อสัปดาห์(ประมาณ 60,000 บาท) ซึ่งเป็นรายได้ที่ดูสูงมากๆต่อเดือนเมื่อเทียบกับอาชีพระดับท็อปๆของบ้านเรา แต่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในอเมริกา ก็ถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผล…ไปดูลีลาการขับรถบรรทุกของเธอกันว่าจะเจ๋งแค่ไหน

เหตุสลด มือระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่ง คร่าชีวิตเหยื่อ 63 ราย

วันนี้ (18 ส.ค.) มีรายงานเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่งแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเมืองคาบูล ในประเทศอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 63 รายและบาดเจ็บอีก 182 ราย โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายมือระเบิดฆ่าตัวตายผู้ที่ก่อเหตุได้ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ ด้านกลุ่มตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ได้ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

นาสรัต ราฮิมี โฆษกกระทวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน เผยว่าเหตุระเบิดนี้ มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กและผู้หญิงจำนวนมาก โดยพยานรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า กำลังจะหลับ และอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก จึงได้รีบวิ่งออกมาดูนอกบ้าน และเห็นควันลอยพุ่งออกมาจากอาคารจัดงาน จากนั้นก็เห็นศพและผู้บาดเจ็บจำนวนมากกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ไม่นานก็มีรถตำรวจและรถพยาบาลจำนวนมากเข้ามาที่เกิดเหตุ ตนช็อกและเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นมาก

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วันที่ 7 ส.ค.ก็มีการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 3 ราย โดยบุกโจมตีบริเวณทางเข้าสำนักงานตำรวจในเมืองเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 145 ราย แต่ต่างที่คราวนั้น กลุ่มตาลีบันได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวหญิงชาวเอเชียรายหนึ่ง ปล่อยให้ลูกขับถ่ายลงในทะเล และนักท่องเที่ยวอีกรายนำผ้าอ้อมสำเร็จรูปใช้แล้วที่เปื้อนอุจจาระ ฝังลงในทราย ทำให้ทางภาครัฐของเมืองโบราไกย์ ประเทศฟิลิปปินส์ ต้องทำการปิดทำความสะอาดหาด

โดยหาดโบราไกย์โดนปิดเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อทำความสะอาดทั้งหมด และบุคคลภายนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าว่ายน้ำในพื้นที่รอบชายหาดในรัศมี 100 เมตร

คลิปวีดิโอดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย และทางนางสาว ปูยัต หัวหน้าส่วนการท่องเที่ยว ได้ขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสของนักท่องเที่ยวในคลิป เข้ารายงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ชายหาดแห่งนี้ เป็นชายหาดที่สวยติดอันดับต้นๆ ของโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งหาดนี้มีกฎเคร่งครัด ห้ามทิ้งขยะ ถ่มน้ำลาย และแน่นอนว่าห้ามปัสสาวะและขับถ่าย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยรวม

Credit : ที่เที่ยวญี่ปุ่น | จัดอันดับต่างๆ | รีวิวของแบรนเนม | วิธีการลงทุนต่า